ผู้เขียน หัวข้อ: ....๑๒ ปี ราศีไศล เพื่อสิทธิชุมชน...วิถีสายน้ำ วิถีชีวิตคนจน....คือคุก  (อ่าน 367 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ acharawadee

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 232
  • เรตติ้ง: +7/-0
    • ดูรายละเอียด
....๑๒ ปี ราศีไศล  เพื่อสิทธิชุมชน...วิถีสายน้ำ วิถีชีวิตคนจน....คือคุก 

ไมตรี  จงไกรจักร์                                                                                                                                           
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(Pmove)

                    ////


         

    ป้าย  ไพจิตร  ศิลารักษ์   สวมเสื้อสีน้ำเงินและเสื้อกั๊ก  ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีกรณีกรรมสิทธิ์ที่ดิน เมื่อการประชุมครม.สัญจรที่เชียงใหม่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา
           
   


       “ป้าย   เพื่อนร่วมต่อสู้เพื่อสายน้ำ  ต่อสู้เพื่อสายธารแห่งหมู่บ้าน ต่อสู้เพื่อคืนฤดูกาล  ฤ ท่านตอบแทนโดยการจองจำ”  นี่คือคำที่เพื่อนๆมอบให้ ป้าย ก่อนเวลาที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

   “ผมไม่รู้ว่าคำพิพากษาศาลฎีกา จะตัดสินออกมาอย่างไร ในวันที่ 24 มกราคม นี้ แต่สิ่งที่ต้องบอกเพื่อรับรู้ร่วมกันว่ายังมีคนจนอีกจำนวนมาก ที่กำลังถูกรัฐใช้กระบวนการยุติธรรมเล่นงานอยู่กว่า 3,800 คดี บทลงโทษที่มักเกิดขึ้นกับคนจนเหล่านี้ มันเป็นความยุติธรรมของใคร กระบวนการยุติธรรมใช้เพียงปรากฏการณ์และมองการเดินขบวนของประชาชน เท่านั้นหรือ ?  ผมยืนยันว่าหากไม่มีการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม 2543 ของชาวบ้านราษีไศล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประตูเขื่อนราษีไศล และการเรียกร้องในครั้งนั้นก็เป็นเหตุที่นำมาสู่คดีนี้ ผมก็คงไม่ต้องตกเป็นนักโทษเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตรงกันข้ามเพราะมีการชุมนุมในครั้งนั้น ซึ่งนำไปสู่การเปิดประตูระบายน้ำ จึงทำให้ชาวบ้านจำนวนกว่า 70,000 ชีวิต สามารถประกอบอาชีพเดิมอยู่ในชุมชนเดิมได้อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน”  ป้ายบอกเล่าให้เราฟัง  อาจเป็นคำบอกเล่าต่อกระบวนการต่อสู้ของป้าย  ก่อนเดินเข้าสู่การจองจำหากสังคม  หรือกระบวนการยุติธรรมมีมาตราการลงโทษคนที่ปกป้องวิถีชีวิตตนเอง 

            “หากเวลาหมุนกลับได้ โดยไม่มีเขื่อนราษีไศล ชุมชนก็ไม่ต้องมีความขัดแย้ง ไม่มีความแตกแยก ครอบครัวจะอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก มีที่ดินทำกินอย่างพอเพียงกับสมาชิกในครอบครัว มีป่าบุ่ง – ป่าทามให้เลี้ยงวัว – ควาย มีปลาสดๆ จากแม่น้ำมูนกินอย่างเต็มอิ่ม และผู้คนมีรอยยิ้มให้กันจากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลา 19 ปี (เขื่อนราษีไศลสร้างเสร็จและเริ่มกักเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2536 – 2555) ใครบ้างได้ทำนาปีละ 2 ครั้ง ใครบ้างได้งานทำ ใครบ้างที่ร่ำรวยเงินทอง สิ่งเหล่านี้ไม่เห็นว่าจะเกิดขึ้นเลย เห็นมีแต่ความยากจน ปนความขัดแย้ง ชุมชนแตกแยก วิถีชีวิตล่มสลาย บ้านช่องเหลือแต่คนแก่กับเด็กอยู่เฝ้า คนหนุ่มสาว คนวัยทำงานอพยพไปรับจ้างขายแรงงานในต่างถิ่น เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว”  ป้าย ย้ำกับพวกเรา  ในขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(Pmove)


            ๒๓ มกราคม ๒๕๕๕  เวลา ๑๗.๐๐ น.ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(Pmove)  จะร่วมสร้างพลังในการส่งต่อคนหนึ่งคนขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมหน้าศาลศรีษะเกษ พี่น้องจะไปนอนรอให้กำลังใจและเปิดเวทีการเรียนรู้  เปิดเวทีแลกเปลี่ยนหน้าศาลากลางศรีษะเกษ  ในหัวข้อ “คนดีติดคุก  คนทุกข์นอนตะราง”  โดยจะมีผู้เข้าร่วมเสวนาที่มาจากทั่วประเทศ  ทุกคนผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ทุกคนนั่งนับเวลารอ ไม่วันใดก็วันหนึ่งเขาและเธอเหล่านั้นอาจกลายเป็นนักโทษ  ที่ถูกกักขังอิสรภาพ แต่ไม่อาจกักขังอุดมการณ์เขาและเธอเหล่านั้นได้  พี่วัยศรี เล่าว่า “ฉันถูกฟ้องข้อหาทำให้โลกร้อน  ฉันไม่รู้จะเอาอะไรมาจ่ายให้เขา ฉันคงต้องล้มละลายแน่นอน ลูกฉันจะเอาอะไรไปเรียน ครอบครัวฉันจะอยู่อย่างไรให้รอดจากภาวะเช่นนี้”

            วิทยา  อดีตนักโทษจากคดีบุรุกและทำให้เสียทรัพย์  “ที่ดินของปู่ ยกให้พ่อผม  และตกทอดมาถึงผม มีใบจับจองเป็นของเรา  วันดีคืนดีมีคนเอาไปออกเอกสารสิทธิ์  และแจ้งจับดำเนินคดีกับผม  ผมติดคุกอยู่เป็นปี  สุดท้ายได้พักโทษ  และกระบวนการตรวจสอบยืนยันว่าเอกสารสิทธิ์ออกโดยมิชอบ  DSI  ก็ยืนยันเช่นนั้น  ผมเลยต้องกลายเป็นนักโทษข้อหาบุกรุที่ดินตนเอง” วิทยาบอกเราในเครือข่ายฯ  บุญมี  เป็นผู้ถูกกล่าวหาอีกคนจากกรณีต่อสู้เพื่อปกป้องสายน้ำ  ชีวิตของตนเองและชุมชนกรณีเขื่อนปากมูล  แต่เขากลับกลายต้องถูกยัดเยียดข้อหา กบฎ  เวทีจึงสะท้อนสังคมและกระบวนการยุติธรรมของไทย  ตอบโจทย์การปรองดอง  ของรัฐ  และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยได้ ฤา

   เช้าวันที่ ๒๔ มกราคม  ๒๕๕๕ เริ่ม ๑๐.๐๐ น. เปิดเวทีเรียนรู้ กรณีความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่เกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำรัฐบาลที่กล่าวอ้างเรื่อง สองมาตรฐาน  เรื่องความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย  แต่แล้วไซร์กรณีที่จะยกขึ้นมาเพื่อให้สังคมสาธารณะได้เรียนรู้ร่วมกันให้ประจักษ์แก่สายตาเชิงประจัก  ใน ๔ กรณี  ๑)กรณีชุมชนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎธานี  ที่เอกชนฟ้องแย่งสิทธิในที่ดินกับ สปก.  โดยที่มีชุมชนอยู่ในพื้นที่และสร้างบังเกอร์  ที่ใช้แนวป้องกันการสู้รบขึ้นในชุมชนเพราะเอกชนใช้อาวุธสงครามในการข่มขู่คุกคามชุมชน  เพื่ออยู่รอดเขาอาจต้องสร้างหลุมหลบภัย  เกษตรกรไทยภายใต้รัฐบาลคนจน  กรณีคดีคนจนในสวนป่าคอนสาร   กรณีที่ดินในภาคเหนือ   กรณีการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบของจังหวัดอุบล  “สังคมไทยควรเรียนรู้จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในพื้นที่  ที่ขาดการนำเสนอผ่านสื่อ  ขาดการเชื่อมต่อทางการเมือง  แต่ละกรณีผ่านกระบวนการเสนอการแก้ปัญหากับรัฐบาล  ยังขาดการเหลียวแล”

 

   ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(Pmove)  เคลื่อนขยับ เจรจากับการเมืองมากว่า ๕เดือน  ตั้งแต่เริ่ม หาเสียง ลงปฏิญญาร่วมกันว่าเมื่อท่านเยียบย่างขึ้นสู่อำนาจ ท่านจะเร่งแก้ปัญหาคนจนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้หมดสิ้นไป  “พวกเราเริ่มตั้งแต่รณรงค์ด้วยมอเตอร์ไซด์ จากภาคเหนือ  และขบวนประชาชนจากทุกภาคในนาม Pmove  ได้เคลื่อนเข้าเมืองหลวงและเจรจากับตัวแทนรัฐบาลในวันที่ท่านขึ้นรับตำแหน่งนายก  และวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ เรามาทวงสัญญาอีกครั้งจากคนจนทั่วประเทศเพราะสาเหตุท่านไม่เหลียวแลคนจนเลย  กว่า ๕ พันคน  แต่ได้แค่สัญญากลับมาอีกครั้ง  สุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕  เพราะเราประจักชัดว่าท่านไม่เหลียวชายตาหาคนจนตามที่ท่านกล่าวอ้างเลย  เราเลยรุกคืบอีกครา  ขบวนประชาชนทั่วประเทศหลั่งไหลไปเชียงใหม่  ครม.สัญจรคือเป้าหมาย  ไม่มีสัญญานอะไรจากรัฐบาล  ที่เพียงแค่ข้อเสนอเพื่อให้ท่านมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการเพื่อแก้ปัญหาคนจน  พลังคนจนจึงสำแดงโดยไม่จำเป็น  กว่า สามสิบคนได้รับบาดเจ็บเพื่อแลกกับคำสั่ง”  นี่หรือรัฐบาลเพื่อคนจน  บ่าย ๑๓.๐๐ น.ส่ง( ป้าย)  นาย ไพจิตร  ศิลารักษ์  ชึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาล จังหวัดศรีษะเกษ เพื่อรับคำพิพากษาศาลฏีกา กักขัง หรือ ยกฟ้อง พร้อมน้อมรับคำพิพากษา

     คนจนจะอับจน  หรือคนจนควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้แก่สังคมสาธารณะ จากการแก้ปัญหาของรัฐบาลและควรเป็นบทเรียนต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย  สื่อมวลชนจะสื่อสารให้สังคมเข้าใจได้อย่างไร
                                                                    //////                                                           


อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
http://prachatai.com/journal/2004/09/370

http://www.esaanvoice.net/esanvoice/know/show.php?Category=knowlege&No=1962

http://www.seub.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=602:seubnews&catid=5:2009-10-07-10-58-20&Itemid=14